“แมทธิว ดีน” เผยแล้ว ทำไมถึงบวชฟ้าผ่าในตอนที่ “ลิเดีย” กำลังท้องแก่

พิธีกรหนุ่ม “แมทธิว ดีน” เผยแล้ว ทำไมถึงบวชฟ้าผ่าในตอนที่ภรรยาสาว “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน” กำลังท้องแก่ หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้น ?

ทำเอาหลายคนสงสัยไม่น้อย เมื่ออยู่ๆก็เห็น พิธีกรหนุ่มคุณพ่อลูก 3 “แมทธิว ดีน” ห่มผ้าเหลืองแบบฟ้าผ่า ในขณะที่ภรรยาสาวอย่าง “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน” กำลังท้องแก่ใกล้คลอด งานนี้เลยพากันคิดว่าเพราะเจอหมอดูทักแรง หรือเกิดเรื่องไม่ดีอะไรหรือเปล่า

ล่าสุด หนุ่ม แมทธิว ได้ออกมาชี้แจงแถลงไขถึงเรื่องนี้ว่า

“จริงๆ มีความตั้งใจอยากจะบวชนานแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้ชายไทยจะต้องมีสักครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วก็อยากจะทำเพื่อพ่อแม่และครอบครัวด้วย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บวช จริงๆ คิดมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งมาจริงจังช่วงปีหลังๆ นี้ แต่ก็มักจะมีอะไรเข้ามาที่ทำให้เราไม่สามารถบวชได้ แต่ว่ารอบนี้ก็เหมือนเราเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย”

“ตอนที่บวชเขาก็ประมาณ 7 เดือนกว่า แต่เราก็ขอเขาแหละ บอกตรงๆ ว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดี ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ก็อาจจะต้องเป็นอีกหลายปี ซึ่งมันจะลำบากครอบครัวมากกว่านี้ คุยกันเขาก็อนุญาตด้วยดี บวชครั้งนี้อยู่ในวัดประมาณ 2 อาทิตย์ ที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่เลือกที่นี่เพราะอยากอยู่ห่างจากทุกคน อยากอยู่เงียบๆ สงบ แล้วก็มีโอกาสเคยไปไหว้พระที่วัดนี้อยู่แล้ว รู้สึกว่ามีความผูกพันและประทับใจ คือถ้าบวชในกรุงเทพฯ ก็มีโอกาสที่หลายๆ คนอาจจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ ซึ่งก็อาจจะดีสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผมเองเป็นการบวชครั้งแรกก็อยากจะสงบอยากอยู่กับสมาธิจริงๆ

เป็นความตั้งใจที่จะบวช ไม่มีเหตุการณ์อะไรครับ เป็นความตั้งใจที่ตั้งใจมาหลายปีแล้ว แล้วก็อย่างที่บอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี แล้วก็บังเอิญว่าได้บวชในวันเกิดของผมพอดี ซึ่งช่วงที่ได้อยู่ในผ้าเหลืองแน่นอนว่าก็สงบ เพราะด้วยบรรยากาศ การถือศีล แล้วก็ด้วยสิ่งที่เราตั้งใจจะทำในวัดวัดนี้ก็จะเน้นในเรื่องของการปฏิบัติธรรม โดยสายงานเรามันก็บอกเหมือนกัน เพราะว่าเราอยู่แต่กับความวุ่นวาย พอได้ไปเจอสิ่งแปลกใหม่ก็ดี ผมเองก็ไม่เคยนั่งปฏิบัติธรรม ไม่เคยเดินจงกลมแบบจริงจัง เลยได้มีการฝึกตรงนี้ไว้”

“สำหรับดีแลน เราก็เตี๊ยมไว้ก่อนว่าเดี๋ยวแด๊ดดี๊กำลังจะไปทำสิ่งนี้นะ เพื่ออะไรนะ ซึ่งเราจะไม่ได้เจอไม่ได้คุยกันหลายๆ วัน ดีแลนก็เข้าใจ แต่ว่าทั้งคู่ก็แปลกใจตอนที่ปลงผมเรียบร้อยแล้วในวันแรก อาจจะเคยเห็นบางรูปที่เดมี่ยืนมองตอนที่ผมเป็นนาค แบบใครน่ะ ไม่มีคิ้วไม่มีผม แต่พอได้ยินเสียงแล้วก็โอเคจำได้ ทั้งคู่ไม่ได้เจอตอนเป็นพระ เหมือนได้เจอแค่ตอนพิธีบวชแป๊บหนึ่ง อีกวันเขาก็กลับกรุงเทพฯ คือตั้งใจไม่ให้ลูกอยู่ ดีแลนคงเข้าใจ แต่เราก็ไม่อยากจะมีความเป็นห่วง แล้วก็กลัวว่าจะคิดถึงมากกว่านั้น เพราะอยู่ตรงนั้นมันก็คงอดใจคิดถึงไม่ได้อยู่แล้ว

ซึ่งหลังสึกมา แน่นอนว่าตอนที่อยู่ในวัดมันก็มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความคิด เราตัดโซเชี่ยลมีเดียออกทุกอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เห็นว่าบางทีเราอยู่กับสิ่งพวกนี้เยอะๆ ก็ทำให้เครียดไม่รู้ตัว แล้วการที่เราอยู่กับสติและสมาธิตัวเองนานๆ มันทำให้เราเหมือนใช้ชีวิตช้าลงนิดนึง มีเวลามองและวางแผนในเรื่องต่างๆ มากขึ้น ซึ่งตอนอยู่ในวัดมันง่ายแต่พอกลับมาอยู่ที่บ้านก็ไม่ง่ายเหมือนกัน”

“ใกล้มากแล้วนะครับ น่าจะอีกประมาณ 2 อาทิตย์ได้ อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ ยอมรับว่าตื่นเต้นกับลูกทุกๆ คน แต่ว่ามันจะยังไม่ตื่นเต้นเท่ากับหลังลูกคลอดออกมาแล้ว ที่ตอนนั้นเราจะได้อุ้มและเห็นหน้าจริงๆ เพราะทุกวันนี้ยังไม่ได้เห็นหน้าลูกคนที่ 3 เลย อย่างเวลาไปอัลตราซาวด์แต่ละครั้งก็ไม่ค่อยได้เห็น เพราะเขาจะบิดไปบิดมา

เรื่องเพศยังไม่ได้เฉลยเลยครับ ตอนแรกตั้งใจว่าจะมีปาร์ตี้ แต่ไปๆ มาๆ ผมเองก็บวชด้วย แล้วก็ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ก็ไม่เป็นไรครับไปลุ้นกันหน้าห้องคลอด ทางครอบครัวเหมือนกันก็ไปลุ้นกันหน้าห้อง ตอนนี้ก็รู้กันแค่ 3 คน ผม ลีเดีย และคุณหมอ ในส่วนของชื่อถ้าเป็นชื่อเล่นก็มีคิดไว้แล้ว แต่ว่าชื่อจริงยังไม่ได้คุยกับอาจารย์ที่ช่วยตั้งชื่อให้”

“เขาก็ตื่นเต้น แล้วก็หนักท้องแหละเข้าใจ เพราะว่านอนก็ลำบากเดินก็ยาก แล้วก็จะมีเรื่องของการกินที่แรกๆ ไม่ได้มีการแพ้ท้องว่าอยากกินอะไรเลย แต่จะมาเป็นตอนช่วงหลังที่จะมีสิ่งที่เขาอยากทานมากๆ เลย เช่นหนังปลาแซลมอน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันสื่อถึงอะไร แต่ว่าเขาอยากกินเราก็ต้องจัดให้ ซื้อมาเป็นกิโลเลย แล้วกิโลหนึ่งหมดเร็วมาก

ดีแลนก็ตื่นเต้น เดมี่ก็ตื่นเต้น แล้วก็ถามบ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่เบบี๋จะออกมาได้แล้ว อยากเจอ เดมี่เขาอยากเลี้ยงน้อง อยากจะเอาขวดนมมาใส่ปาก อยากทำโน่นทำนี่ให้ เป็นเจ๊ใหญ่แล้วตอนนี้พร้อมจะเป็นพี่สาวแล้วครับ”